ผลสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นดีเลิศ, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งดีเลิศ ,สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดครองแชมป์ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษชี้ขาด 3-2 ครองแชมป์มาครองเป็นสมัยที่สองภายหลังเคยคว้าทำได้สำเร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันที ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นยอดเยี่ยมของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักเตะวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับเพื่อการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนนี้ที่ เวมบลีย์ และก็ช่วยให้ทีมของเขาครองแชมป์ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกนับจากปี 1968

นอกเหนือจากนี้เขายังเป็นผู้รักษาประตูผู้ที่สองที่ได้รับรางวัลดังกล่าวมาแล้วข้างต้นต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดหมายและก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากยิ่งกว่าผู้เล่นคนอื่นในรายการ

ทำเนียบนักเตะยอดเยี่ยม ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน
– ปี 2020 : จานลุยจิ ดอนท้องนารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (ประเทศสเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (ประเทศสเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดรอคอยส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งยอดเยี่ยม – เปดรี (ประเทศสเปน)

 

ในขณะ เปดรี มิดฟิลด์ของ ประเทศสเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดครอบครองรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

นักเตะวัย 18 ปีลงเล่นแทบทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาข้างหลังถูกเปลี่ยนตัวออกมาจากสนามในช่วงทดเวลาในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงแค่นาทีเดียวแค่นั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีใครทำ แม้แต่อันเดรส อิเนียสต้าเองก็มิได้ทำแบบงั้น มันช่างเกินจริง ไม่เหมือนใคร” หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ทำได้ 5 ประตูพอๆกับ ขว้างตริก ชิก แนวรุกทีมชาติสาธาณรัฐเช็ก แต่ว่าดาวเตะดินแดนฝอยทองคำทำได้ 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ ครอบครองรางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอง

สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

แข่งขันรวม 51 นัดหมาย

ยิงกันทั้งสิ้น 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

ทีมที่ทำประตูมากที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตมากที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครองบอลเฉลี่ยมากที่สุด ประเทศสเปน – 66.8%

ผ่านบอลถูกต้องแม่นยำที่สุด ประเทศสเปน – 89.3%

เซฟมากที่สุด แยน ซอมเมอร์ (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปิท้องนาซโซลา (อิตาลี) และก็ เนโก้ (ฮังการี) – 33.8 กิโลเมตร/ชม.

ทำฟาวล์มากที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” พลั้งปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นแข้งดังเหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ที่ลาลีกา สเปน หลุดตั้งข้อซักถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แนวรุกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักเตะระดับสตาร์เหรอ? ระหว่างการคุยกันในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน ปราการหลังเพื่อนร่วมชาติ

โดยในรายการ กูร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามคำถามว่า “ให้เลือกนักเตะระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรครั้งนี้” ซึ่งกูร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส และก็ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่จะเขาจะหัวเราะในเชิงยอมแพ้เพราะคิดชื่อเพิ่มไม่ออก

ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลยคำตอบ โดยลิสต์รายชื่อนักเตะให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เอ้อร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..

แล้วหลังจากนั้นมือกาววัย 29 ปี ได้บอกขึ้นว่า “มาร์กซิยัลเหรอ? เขาเป็นนักเตะดังเหรอ?” แล้วแล้วหลังจากนั้นทั้งยังกูร์กตัวส์และก็แฟร์เกนก็หัวเราะพร้อมเบาๆ

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันดวงใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงแชมป์ ที่ตระเตรียมฟาดลำแข้งกันเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาของไทย

อย่างที่แฟนบอลเข้าใจกันอยู่ ปีนี้เป็นการแข่งระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นชั่วกัลปวสานอย่าง เจ้าของงาน ทีมชาติบราซิล พบกับ ทีมชาติประเทศอาร์เจนตินา

ล่าสุด เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ หลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนกองทัพฟ้าขาวให้ได้แชมป์โคปา อเมริกา โดยเหตุผลเนื่องจากเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี จอมบุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง

สำหรับจุดเริ่มเรื่องราวดังที่กล่าวถึงแล้วนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด ผู้สื่อข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าต้องการที่จะให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยคุณได้โพสต์ว่า

“ก่อนจะเอาหินมาเขวี้ยงใส่ฉันในที่ชุมชน ฟังฉันอธิบายก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักแวดวงฟุตบอลบราสิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนพ้องชาวอาร์เจนไตน์หลายท่าน แม้กระนั้นฉันมิได้เชียร์ประเทศอาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคปา อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แม้กระนั้นฉันเชียร์เนื่องจากฉันรักฟุตบอล แล้วก็ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้ต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเป็นเรื่องที่ชอบธรรม!”

ภายหลังโพสต์ของนักข่าวสาวดังที่กล่าวถึงแล้วได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคนรักบอลไม่น้อยล้วนเชื่อตามข้อคิดเห็นของอันดราเด ซึ่งดูเหมือนจะทั้งหมดก็ให้เหตุผลคล้ายกันโน่นเป็น ชื่นชมในฝีเท้าของจอมบุกจากชาติคู่รักคู่แค้น แล้วก็อยากให้สมหวังเสียรู้ในวัย 34 ปี ทั้งยังแฟนบอลบราซิลยังเคืองใจจากความล้มเหลวของกองทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากฟุตบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ล่าสุด เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในประเด็นนี้ยาวว่า

“ผมเป็นคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มภาคภูมิ ความฝันของผมตลอดชาติเป็นการได้เล่นให้ทีมชาติแล้วก็ได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องสนับสนุน”

“ผมไม่เคยโจมตีหรือคิดจะโจมตีบราซิล เวลาพวกเขาแข่งอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์”

“หากสิ่งนั้นเป็นบราซิล เนื่องจากผมเป็นคนบราซิล แล้วก็ผู้ใดก็ช่างที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่เห็นต่างออกไป ก็ช่างเถิดนะ ผมให้ความยำเกรง แม้กระนั้นไปตกนรกซะเถอะ”

สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่พบ ทีมชาติเวเนซุเอลา แล้วก็ ทีมชาติประเทศเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ แล้วต่อจากนั้นเขายิงมิได้อีกเลย แม้กระนั้นบราซิลก็ยังแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงแชมป์

โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้ประจันหน้ากับประเทศอาร์เจนตินาในรอบชิงแชมป์ ก่อนหน้านี้บราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 สมัย ส่วนประเทศอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 สมัย แล้วก็มีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 สมัยของอุรุกวัยในวันพรุ่งนี้

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการตายของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนฝูงร่วมอาชีพรุ่นหลัง

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น หมดสติและล้มลงสู่พื้น และจำเป็นต้องได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน อาจจะเป็นผลให้ภาพเรื่องการสิ้นไปในสมัยก่อน ย้อนกลับไปเข้ามาในความนึกคิดของเหล่าแฟนบอล

มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ อาจเป็นเคสแรกๆที่หลายๆคนจำได้ดิบได้ดี ภาพที่เขาหมดสติล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย กระทั่งจำเป็นต้องถูกหามออกไปปฐมพยาบาลข้างสนาม แต่ว่าท้ายที่สุดก็ไม่บางทีอาจช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้สำเร็จ กระทั่งการสิ้นไปดังที่กล่าวมาแล้ว กลายมาเป็นรอยด่างด่างทำหน้าที่ชิงชัย สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003

แต่ว่าการสูญเสียในครั้งนั้น ก็ได้แผ้วทางสู่อนาคตในการช่วยชีวิตนักฟุตบอลในสนาม

แข็งขนาดไหนก็ล้มได้

ถึงแม้นักฟุตบอลอาชีพ จะเป็นกลุ่มคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี วิ่งเต็มสูบได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่มีผู้เล่นมากกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกลางสนาม ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้น มิได้โชคดีเช่นเดียวกับกองกลางของแดนวัวนมรายนี้

หนึ่งในเรื่องที่หลายๆคนจำได้ดิบได้ดี คือรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ กองกลางตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมกองทัพกลุ่มชาติแคเมอรูน ลงเตะใน สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส
โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ประเทศตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะได้พักในเกมที่พบกับ สหรัฐฯ และกลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจำเป็นต้องเจอหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง

แมตช์ดังที่กล่าวมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีใครอยู่รอบข้างตัวเขาเลย

ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และเรียกให้กลุ่มหมอเข้ามาปฐมพยาบาลเขาในสนาม ก่อนที่เขาจะถูกหามออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่ข้างหลังมานะกู้ชีพอยู่เป็นเวลายาวนานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงต่อไป

วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมชาติ แคเมอรูน ณ ขณะนั้น เผยออกมาว่าเขาปรารถนาเปลี่ยนตัว โฟเอ้ ออกมาจากสนามก่อนหน้านั้น เพราะเหตุว่าทั้งตัวเขาและกลุ่มหมอ เห็นว่ามิดฟิลด์รายนี้มีลักษณะล้า และเคลื่อนที่ได้ช้าลง แต่ว่าเจ้าตัวยังปรารถนาเล่นต่อ เพื่อช่วยทำให้กลุ่มชาติของเขาไปสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้

แมรี่-หฝ่าส์ โฟเอ้ เมียของดาวเตะรายนี้ กล่าวว่ากองกลางจาก แมนฯ ซิตี้ มีลักษณะท้องเสียมา 2-3 วันแล้ว และมีปัญหากับกระเพาะของเขาด้วย แต่ว่าเจ้าตัวยังคงรับรองที่จะลงเล่นให้กับกลุ่มต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตซึ่งๆหน้าเมียของเขา ที่เข้ามารับชมเกมข้างสนามในนัดหมายนั้น

ผลของการชันสูตรศพของมิดฟิลด์รายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจครึ้ม หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่กล่าวมาแล้วได้โอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั้งโลก พบบ่อยได้หลายครั้งในคนที่มีสุขภาพแข็งแรง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้สูงวัยน้อยกว่า 35 ปี

หัวข้อก็คือ โฟเอ้ ได้โอกาสรอดชีวิตด้วย ถ้าหากได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องอย่างทันการ แต่ว่าในเวลานั้น แทบไม่มีใครคาดหมายว่านักฟุตบอลที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอย่างงี้ จู่ๆจะล้มครืน จนถึงขั้นเสียชีวิต

นั่นก็เลยทำให้ สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ ตัดสินใจยกเครื่องทางด้านการแพทย์ใหม่ทั้งผอง เพื่อไม่ให้เรื่องดังที่กล่าวมาแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีกรอบ

ชีวิตจำเป็นต้องมาก่อน

หลังจากเคสของโฟเอ้ อย่างแรกที่ถูกนำมาเอ่ยถึง คืออาการหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเมื่อ และทุกหนแห่ง โดยไม่แบ่งแยกว่าคุณจะมีสุขภาพที่แข็งแรงแค่ไหนก็ตาม
สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ ปรารถนาค้ำประกันว่าผู้เกี่ยวข้องกับแวดวงฟุตบอลจำเป็นต้องรู้เรื่องหัวข้อดังที่กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่หมอ ที่จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการอบรมขั้นตอนในการช่วยชีวิต ถ้าหากพบผู้เล่น หรือผู้ตัดสินประสบอาการ SCA ขึ้น

ถ้าหากผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการเผชิญหน้ากับผู้เล่นรายอื่น และไม่สนองตอบหรือหมดสติไป กลุ่มหมอสามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้โดยทันที โดยไม่ต้องคอยผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต

เพราะเหตุว่าพวกเขาอาจมีเวลาเพียงแค่ 2 นาที ภายหลังที่นักฟุตบอลล้มลงไป ที่จะจำเป็นต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR และใช้เครื่อง AED นำกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะธรรมดา เพราะเหตุว่ายิ่งผ่านเวลาไปนานเยอะแค่ไหน ช่องทางในการรอดชีวิตก็ยิ่งเลือนรางลงไป

ในกรณีของ โฟเอ้ ไม่มีใครทำ CPR ให้เขาเลย แม้เขาจะหมดสติไปเป็นเวลายาวนานกว่า 6 นาทีแล้ว แม้เจ้าตัวจะมีลักษณะตาเหลือก และไม่สนองตอบก็ตาม บางทีอาจเพราะเหตุว่าแทบไม่เคยปรากฏเลยว่ามีกรณีที่นักฟุตบอลเกิดหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ระหว่างกำลังลงเล่นอยู่ในสนาม

แต่ว่านั่นก็ทำให้กลุ่มหมอ ผู้ตัดสิน สตาฟ และผู้เล่นต่างๆได้รู้จักกับการเสี่ยงที่บางทีอาจย่างกรายมาหาพวกเขาได้ทุกเวลา ทำให้หลายทีมเริ่มมีการเตรียมความพร้อมมากขึ้น ด้วยเครื่องใช้ไม้สอยหมอที่ครบครันกว่าเดิม รวมถึงกำหนดให้เครื่อง AED ต้องมีประจำอยู่ทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแมตช์ชิงชัยจริง หรือระหว่างการฝึกหัดก็ตาม

ในปี 2006 สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ ได้เพิ่มมาตรการตรวจเช็คร่างกายของนักฟุตบอลทุกคนก่อนเริ่มเกม เพื่อตรวจดูความแปลกของหัวใจ ถึงแม้พวกเขาไม่บางทีอาจตรวจเจอทุกความแปลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ว่าก็พอเพียงที่จะคัดกรองความพร้อมของผู้เล่นในระดับหนึ่ง
และในปีเดียวกันนั้น ทางพรีเมียร์ลีก ก็ได้ยกระดับทางด้านการแพทย์ขึ้นไปอีกขั้น ข้างหลัง ปีเตอร์ เช็ค ผู้เฝ้าประตูของ เชลซี ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว จากการเผชิญหน้ากับเข่าของ สตีเฟ่น ฮันต์ จนถึงขั้นหมดสติ และจำเป็นต้องนอนคอยรถพยาบาลในห้องแต่งตัวนานถึงครึ่งชั่วโมง

มั่งคั่งสุดในแวดวง! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดชิงฯยูโร 2020

เดลี เมล สื่อดังของประเทศอังกฤษแถลงการณ์ว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงทำหน้าที่ในนัดชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นกรรมการลูกหนังที่มีฐานะมีเงินมีทองที่สุดในโลก

สื่อดังที่ได้กล่าวมาแล้วระบุว่า ท่านเปาชาวฮอลล์แลนด์มีทรัพย์สินส่วนตัวค่าราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมจัดตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในดินแดนกังหันลม ข้างหลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่สมัยหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดเบาด์ ในเมืองไนจ์เมเกน

 

ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงวินิจฉัยในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้ว 2 สมัย และก็ศึกยูโร รอบสุดท้ายอีก 3 สมัย ซึ่งแรงจูงใจในอาชีพนี้ของเจ้าตัวเป็นป๊ะป๋า ที่เคยเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลในระดับกึ่งอาชีพนั่นเอง

สำหรับ นัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ พบ ทีมชาติอิตาลี นี้จะถือเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส ข้างหลังเคยวินิจฉัยนัดชิงชนะเลิศเกมระดับสมาพันธ์ในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) และก็ ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว

 

ส่วนในศึกยูโรครั้งนี้ ไคเปอร์สลงทำหน้าที่ไปแล้ว 3 นัด โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัด และก็รอบ 8 ทีมสุดท้ายอีก 1 นัด ซึ่งในเกมนัดชิงชนะเลิศนี้ ไคเปอร์สจะได้ทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล และก็ เออร์วิน เซนสตรา ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวประเทศสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4

ตัดเกรด นักเตะทีมชาติอังกฤษ เกม เฉือน เดนมาร์ก 2-1 ทะลุชิงศึกยูโร 2020

ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบ 4 กลุ่มในที่สุด
คืนวันพุธที่ 7 ก.ค. 2021

อังกฤษ 2-1 เดนมาร์ก

สนาม: เวมบลีย์ (ลอนดอน อังกฤษ)

คะแนนนักเตะ กลุ่มชาติอังกฤษ

จอร์แดน พิคฟอร์ด – 6/10
วันนี้แทบไม่เจอบททดสอบมากเท่าไรนัก แต่ว่าดูเห็นได้ชัดว่าวันนี้ฟอร์มหลุดไปพอควรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ต้องเล่นบอลกับพื้น รวมถึงการออกบอลดูปราศจากความมั่นอกมั่นใจและก็ขาดความเที่ยงตรงไปมากเลยทีเดียว

จอห์น สโตนส์ – 7.5/10
เกมรับปฏิบัติภารกิจได้อย่างหนักแน่นในวันนี้ มีจังหวะเข้าสะกัดรวมถึงบล็อคลูกยิงงามๆบ่อยครั้ง

แฮร์รี แม็คไกวร์ – 7.5/10
เหมือนกันกับ สโตนส์ ที่เกมรับเล่นได้อย่างเหนื่ยวแน่น แถมยังมีโอกาสได้เพิ่มขึ้นไปกระแทกลุ้นทำแต้มบ่อยครั้ง ครองบอลรั้งแน่น ออกบอลแม่น ไม่มีจุดบกพร่องให้เห็นเลย

ไคล์ วอล์เกอร์ – 7.5/10
เป็นอีกผู้ที่สะดุดตาเป็นอย่างมากในเกมรับ แม้วันนี้จะแทบมิได้เพิ่มขึ้นสูง แต่ว่าการเฝ้าเกมรับทางกราบขวารวมถึงการหุบเข้ามาช่วยตรงกลางทำเป็นอย่างไร้ที่ว่ากล่าวในเกมวันนี้

ลุค ชอว์ – 7.5/10
มีบทบาทค่อนข้างมากสำหรับการเพิ่มเกมรุก ค่อยต่อบอลประสานงานกับเพื่อนร่วมกลุ่มทางกราบซ้าย ได้ช่องเพิ่มขึ้นลุ้นเปิดในกรอบจุดโทษสร้างช่องทางให้กลุ่มได้อยู่บ้างเช่นเดียวกัน

ดีแคลนลาน ไรซ์ – 7/10
ครึ่งแรกบทบาทจะเน้นไปทางเกมรับด้วยการยืนต่ำพยุงคู่เซ็นเตอร์ แต่ว่าในช่วงช่วงหลังมีโอกาสเพิ่มเกมขึ้นสูงขึ้นช่วยต่อบอลเชื่อมเกมรอบๆกึ่งกลางสนามได้ค่อนข้างดี

ค้างลวิน ฟิลลิปส์ – 7/10
ช่วงครึ่งแรกบทบาทกับเกมค่อนข้างน้อย แต่ว่าหลังจากที่กลุ่มอุตสาหะเปิดเกมบุกก็เพียงพอจะมีบทบาทสำหรับการช่วยต่อบอลกับกลุ่มอยู่บ้าง เล่นค่อนข้างแน่นอน เอาชัวไว้ก่อนตลอด 120 นาที

เมสัน เมานท์ – 6.5/10
มีโอกาสได้เล่นกับบอลอยู่บ้าง ค่อนเชื่อมเกมในดินแดนหน้า แต่ว่าวันนี้บทบาทจัดว่าไม่สะดุดตามากเท่าไรนัก

5 วิธีปกป้องตัวเองรวมทั้งที่พักที่อาศัยให้ไม่เป็นอันตรายในตอนโควิด

วันนี้  www.growsproject.com โลโก้เท่ๆ มาแนะนำวิธีการป้องกันตัวจากโควิด อย่างที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่าเหตุการณ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยนั้นยังไม่คลี่คลาย จึงทำให้ยังคงต้องเฝ้าระวังกันอย่างสม่ำเสมอ

แม้กระนั้นโควิด-19 นั้นไม่ได้อันตรายเพียงแค่ติดโรคที่เราคนเดียว แม้กระนั้นยังสามารถเกาะติดร่างกายเราเข้าไปแพร่ระบาดให้กับคนใกล้ตัวข้างในบ้านได้อีกด้วย จึงทำให้ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ

บทความนี้จึงจะมาทำการชี้แนะ 5 วิธีปกป้องทั้งตัวเองรวมทั้งที่อยู่ที่อาศัยให้ไม่เป็นอันตราย จากโควิด มาดูกันเลยว่าสามารถทำได้อย่างไรบ้าง!

ปกป้องโควิดอย่างไรให้ไม่เป็นอันตรายทั้งคนอีกทั้งบ้าน
การคุ้มครองป้องกันโควิดนั้นทำได้ไม่ยาก แม้กระนั้นควรจะมีระเบียบในตนเองค่อนข้างจะมาก อย่าลืมว่าโควิดนั้นแพร่ระบาดผ่านละอองสารคัดเลือกหลั่งในอากาศ จึงสามารถประจำตัวเรากลับมาที่บ้านได้ด้วย

ด้วยเหตุนั้น วิธีปกป้องโควิดที่ ธอส. ชี้แนะเพื่อให้ไม่เป็นอันตรายทั้งคนอีกทั้งบ้าน สามารถทำได้ดังนี้

1.วิธีปกป้องโควิดเมื่อควรต้องออกจากบ้าน
แม้ว่าการงดเว้นออกจากบ้านจะเป็นวิธีปกป้องโควิดที่เยี่ยมที่สุด แม้กระนั้นหากมีเหตุจำเป็นจริงๆคุณสามารถป้องกันตัวเองก่อนออกจากบ้านได้ดังนี้

ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมทั้งการเข้าใช้ห้องน้ำสาธารณะซึ่งนับเป็นเยี่ยมในสถานที่เสี่ยงสิ่งเดียวกัน
งดเว้นจับจับสิ่งต่างๆนอกบ้าน เช่น ราวบันได ราวจับรถโดยสารสาธารณะ
งดเว้นการนำมือมาสัมผัสที่ใบหน้า ตราบจนกระทั่งจะล้างมือให้สะอาด
หมั่นล้างมือเสมอๆ หรือพกเจลแอลกอฮอล์เพื่อใช้ชำระล้างมือพื้นฐานให้บ่อย
เลี่ยงการใช้บริการในพื้นที่ปิด เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือในรอบๆที่มีผู้คนขวักไขว่
หากสามารถปฏิบัติตามนี้ได้ ก็จะสามารถปกป้องการสัมผัสกับเชื้อโควิดได้ในระดับหนึ่ง

2.ชำระร่างกายโดยทันทีเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน
ทันทีที่กลับถึงยังหน้าบ้านแล้ว ชี้แนะให้อาบน้ำชำระร่างกายโดยทันที เพราะว่าอาจมีสารคัดเลือกหลั่งติดอยู่บนรอบๆอื่นของร่างกายได้เช่นกัน

นอกเหนือจากนั้นให้ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยทันที เนื่องจากแม้ร่างกายจะสะอาดแล้ว แม้กระนั้นสารคัดเลือกหลั่งบางทีอาจติดอยู่กับรอบๆเสื้อผ้า จึงควรเปลี่ยนแล้วค่อยนำไปซักอย่างเร็วที่สุด

หมายเหตุ: ควรจะชำระล้างกระเป๋าสำหรับใส่สตางค์ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือด้วยเช่นกัน เพราะว่าเป็นสิ่งที่ใช้มือสัมผัสหลายครั้งที่สุด

3.ทิ้งหน้ากากอนามัยให้ถูกทาง
หน้ากากอนามัยเองก็เป็นเยี่ยมในสิ่งที่แปดเปื้อนเชื้อโรคมากที่สุดหลังจากออกไปด้านนอก หากทิ้งไม่ถูกวิธี หรือทิ้งรวมกับขยะอื่นๆบางทีอาจแปลงเป็นการแพร่ระบาดแบบอ้อมๆได้

ด้วยเหตุนั้น วิธีการทิ้งที่เยี่ยมที่สุดคือเก็บรวบรวมหน้ากากที่ใช้แล้วไว้ในที่เดียว เช่น เก็บไว้ในขวดพลาสติก ซึ่งแนวทางลักษณะนี้ยังเป็นการช่วยทำให้พนักงานเก็บขยะไม่เป็นอันตรายและก็ปลอดภัยจากเชื้อโควิดที่บางทีอาจติดอยู่บนหน้ากากอนามัยของเราอีกด้วย

4.ชำระล้างรอบๆที่สัมผัสหลายครั้งเสมอๆ
มือ นับเป็นอวัยวะที่เสี่ยงต่อการสัมผัสกับเชื้อโควิดมากที่สุด เพื่อเป็นการปกป้อง จึงควรชำระล้างบ้านในรอบๆที่สัมผัสเสมอๆ เช่น

สวิตช์เปิด-ปิดไฟ
ราวจับบันได
ลูกบิดประตู
สุขภัณฑ์ต่างๆด้านในห้องสุขา
หรือรอบๆอื่นๆเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร เช่น เครื่องครัวต่างๆหรือเครื่องเรือนอื่นๆที่มีการใช้ร่วมกัน

5.เปิดหน้าต่างให้อากาศระบาย รวมทั้งรับแสงอาทิตย์
เชื้อโควิดนั้นสามารถอยู่ได้นานในสถานที่ปิดที่มีอุณหภูมิต่ำ ด้วยเหตุนั้น การเปิดหน้าต่างให้อากาศระบายรวมทั้งรับแสงอาทิตย์จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยปกป้องโควิดข้างในบ้านได้ในระดับหนึ่ง

ทำเช่นไรหากทราบดีว่าคนใกล้ตัวติดโควิด
วิธีปกป้องเมื่อทราบดีว่าคนในบ้านติดโควิด
สิ่งที่ควรจะทำเป็นอันดับแรกเมื่อทราบว่าคนในบ้านติดโควิดก็คือ รีบไปเข้ารับการตรวจ รวมทั้งทำการกักตัวโดยทันที

วิธีปกป้องเมื่อทราบดีว่าคนในคอนโดเดียวกันติดโควิด
หากเป็นในกรณีที่คนในคอนโดเดียวกันติดโควิด อันดับแรกให้ทำการตรวจเช็กไทม์ไลน์ของผู้ติดโรครายนั้นว่าเข้าใช้บริการจุดไหนของคอนโดบ้าง หากพบว่ามีการใช้งานร่วมกันให้ทำการเข้าตรวจโดยทันที แม้กระนั้นถ้าหากไม่มีการใช้พื้นที่ที่ใช้ร่วมกัน ชี้แนะให้ทำการกักตัวพื้นฐาน 14 วันเพื่อเฝ้าดูอาการแล้วทำการตรวจอีกครั้ง

หากเป็นในกรณีที่คนในห้องเดียวกันเป็นโควิด เท่ากับว่าคุณได้โอกาสสูงมากที่จะติดโรคตามไปด้วย ซึ่งอันดับแรกให้ทำการตรวจค้นเชื้อในทันที รวมทั้งในช่วงเวลาที่คอยผลให้ทำการย้ายออกมาพักนอกคอนโด หรือว่าจ้างบริษัทชำระล้างเข้ามาฆ่าเชื้อด้านในห้องก่อน เพราะว่าอาจมีเชื้อหลงเหลืออยู่ได้

หลังจากที่ผู้เจ็บป่วยได้เข้ารักษาตัวที่โรงหมอแล้ว ให้ชำระล้างข้างในบ้าน รวมไปถึงซักอาภรณ์ของผู้เจ็บป่วยด้วยเช่นกัน โดยระหว่างการทำความสะอาดห้ามถอดหน้ากากอนามัย หรือใช้มือสัมผัสใบหน้าเด็ดขาด! หรือทำการว่าจ้างบริษัทรับจ้างชำระล้าง รวมทั้งฆ่าเชื้อก็ได้เช่นกัน

ทำธุรกรรมออนไลน์ ผ่านแอปฯ ต่างๆ
เพราะว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงควรงดเว้นการออกจากบ้านให้มากที่สุด แม้กระนั้นหากอยากได้ติดต่อทำธุรกรรมต่างๆเราขอชี้แนะให้ทำผ่านแอปพลิเคชัน หากทำได้

จำผมไม่ได้หรอ? “โบนุชชี่” ถึงกับเหวอ “การ์ดสนาม” ไม่ให้กลับเข้าสนาม

กลายเป็นคลิปเรียกรอยยิ้มในทันทีกับจังหวะหลังเกมที่ ทีมชาติอิตาลี เป็นข้างเอาชนะ ทีมชาติประเทศสเปน สำหรับการดวลจุดโทษ 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ สำหรับการชิงชัย ฟุตบอลยูโร 2020 เสร็จ เมื่อคืนนี้วันอังคารที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดยหลังเกมจบลง บรรดานักเตะอิตาลี ได้รวมตัวกันวิ่งไปฉลองกับแฟนบอลรอบๆหลังประตู แม้กระนั้นในรายของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ปราการหลังตัวเก๋าของทีมเก็บอารมณ์ไม่อยู่ได้วิ่งออกไปต่างประเทศสนามเพื่อเฮกับแฟนบอลบนอรรธจันทร์

ซึ่งหลังเจ้าตัวฉลองกับแฟนคลับเสร็จ ปราการหลังวัย 34 ปี จะเดินกลับเข้าสนามอีกที แม้กระนั้นข้าราชการสนามกลับจำเขาไม่ได้เพราะเหตุว่ามีความคิดว่าเป็นแฟนบอลที่กระโดดลงมาร่วมฉลองด้วย ทำให้เจ้าตัวถึงกับงงมากทีเดียว ก่อนที่เจ้าตัวจะชี้แจงรวมทั้งเดินกลับสู่สนามได้อีกที

สำหรับ “ทัพอัซซูร์รี่” สามารถทะลุผ่านไปชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติยุโรป ได้เป็นยุคที่ 4 โดยจะเข้าไปคอยเจอกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ เดนมาร์ก ที่จะลงกระทำการชิงชัยกันในคืนวันนี้

ขอพักเรื่องบอล! “โรนัลโด้” พาครอบครัวล่องเรือยอร์ชลำใหม่ราคา 245 ล้าน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่จบภารกิจสำหรับการแข่งขันบอล ยูโร 2020 ข้างหลังชาติภูมิลำเนาของตัวเองเป็นฝ่ายแพ้ให้กับ เบลเยียม 0-1 จอดป้ายสำหรับการแข่งขันเพียงแต่รอบ 16 ทีมในที่สุด เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้

ปัจจุบัน ตัวรุกซุปตาร์วัย 36 ปี ได้โพสต์ภาพครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาที่อยู่ร่วมเฟรมกับ จอร์จิน่า โรดริเกวซ ภรรยาสาวคนสวย รวมทั้งลูกๆทั้งยัง 4 คน กำลังล่องเรือยอร์ชหรูอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมกับเนื้อความ “มันถึงเวลาต้องพักกับผู้ที่ผมรัก”

ถือได้ว่าเป็นการไปสู่ช่วงพักข้างหลังต้องกรำศึกหนักลงแข่งขันมาโดยตลอดทั้งปี แม้กระนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่บรรดาสื่อใหญ่พากันมีความสนใจก็คือ เรือยอร์ชสุดหรูลำใหม่ของเจ้าตัวที่เพิ่งจะทุ่มเงินสูงถึง 5.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 245 ล้านบาท) มาครองเมื่อปีที่ล่วงเลยไปนั่นเอง

โดยเรือลำนี้ก็คือ Azimut Grande เรือสำราญลำหรูยาว 88 ฟุต ติดตั้งด้วยเครื่องยนต์ 1,900 แรงม้าสองตัว สามารถทำความเร็วได้ถึง 28 นอต ทำมาจากคาร์บอนเส้นใยที่มีน้ำหนักมากถึง 93 ตัน ข้างในมีห้องพักขนาดใหญ่ 5 ห้อง ให้ความรู้สึกเหมือนการเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว ซึ่งทุกห้องติดตั้งด้วยเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งบริการ Wi-Fi

ยิ่งกว่านั้นยังสมบูรณ์ด้วยความสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็น ส้วม 6 ห้อง, ครัวที่ล้ำยุค, ห้องทานอาหารสุดหรู รวมทั้งบนดาดฟ้าเรือมีเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับช่วยในด้านสำหรับอำนวยความสะดวกพร้อมทั้งยังเลานจ์ขนาดใหญ่, อ่างจากุชชี่น้ำร้อน รวมทั้งพื้นที่พัก 2 แห่ง เหมาะกับเหล่าลูกๆของเขาเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับก่อนหน้านี้ครอบครัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ชอบใช้ช่วงสำหรับการพักด้วยการหลอกลวงงเรือนอกชายฝั่งไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในแถบยุโรป ด้วยเหตุว่ามันทำให้พวกเขาสามารถหลีกลี้ความระส่ำระสายในเมืองได้เป็นอย่างดี

วูล์ฟส์ ยืม “ตรินเกา” จากบาร์ซ่า เสริมทัพ

วูล์ฟหมูแฮมป์ตัน คว้าตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเกา มิดฟิลด์ดาวรุ่งบาร์เซโลนา ด้วยคำสัญญายืมตัวจนกระทั่งจบฤดูกาลหน้า

วูลฟ์หมูแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เซ็นสัญญายืมตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเกา ตัวรุกดาวรุ่งชาวโปรเหม็นตุกีสจาก บาร์เซโลนา เป็นที่เรียบร้อย

เว็บไซต์ของสโมสร วูลฟ์หมูแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ประกาศยืนยันการเซ็นสัญญากับ ฟรานซิสโก้ ตรินเกา ปีกดาวรุ่งกลุ่มชาติโปรตุเกสมาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยคำสัญญายืมตัวตลอดฤดูกาล 2021-22 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตรินเกา ย้ายเข้าสู่ถิ่น โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ด้วยคำสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาล พร้อมข้อแม้เซ็นสัญญาถาวรต่อจากนั้น โดย สกายสปอร์ต สื่ออังกฤษ คาดเดาว่าตัวเลขการย้ายกลุ่มอยู่ที่ 25 ล้านปอนด์

ดังนี้ ตัวรุกชาวโปรตุเกสวัย 21 ปี ย้ายจากบราก้าไปร่วมกลุ่ม “บาร์ซ่า” เมื่อปีที่แล้ว ด้วยค่าจ้างราว 31 ล้านยูโร พร้อมคำสัญญาในถิ่นคัมป์ นูถึงปี 2025 และก็ค่าฉีก 500 ล้านยูโร

ฤดูกาลที่แล้วเขาได้โอกาสลงเล่นให้บาร์ซ่าถึง 41 นัดทุกรายการ แม้กระนั้นเป็นตัวจริงเพียง 9 นัด ผลงานยิง 3 ประตู 2 แอสซิสต์