คนมันเทพ! สื่อตี แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด จ้องสอย “ลินการ์ด” เฉิดฉันลาลีกา

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษ แถลงการณ์ว่า เจสซี ลินการ์ด กองกลางตัวรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นวัตถุประสงค์ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนซัมเมอร์ของ แอตเลติโก มาดริด กลุ่มแชมป์ลาลีกา สเปน

ตัวรุกวัย 28 ปีย้ายกลับมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ข้างหลังหมดสัญญายืมตัวกับ เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจในตอนครึ่งฤดูข้างหลัง ทำเป็น 9 ประตูจากการลงสนาม 16 นัดช่วยทำให้กลุ่มของ เดวิด มอยส์ คว้าชั้น 6 ของตารางรวมทั้งผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ

ด้วยฟอร์มอันเร่าร้อนแบบนี้ ทำให้ ลินการ์ด ได้รับการเรียกตัวกลับมาติดกลุ่มชาติอังกฤษอีกครั้งเมื่อมี.ค.รวมทั้งยังมีชื่อเป็น 1 ใน 33 นักเตะที่ถูกเรียกมาเตรียมพร้อมก่อนศึกยูโร 2020 แต่ก็ถูกตัดออกจาก 26 คนท้ายที่สุดก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้นอย่างโชคร้าย

สำหรับอนาคตของแนวรุกรายนี้ ถึงแม้ทาง โอเล กุนนาร์ โซลชา จะออกมาการันตีว่าเขายังอยากได้เก็บนักเตะเอาไว้กับกลุ่มต่อไป แต่ เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด ก็อยากได้ดึงเขากลับไปร่วมกลุ่มอีกครั้ง แล้วก็จากรายงานปัจจุบันระบุว่า แอตเลติโก มาดริด ของ ดิเอโก สิเมโอเน ก็ให้ความสนใจอยู่ด้วยเช่นกัน

คาดว่า ลินการ์ด จะมีค่าตัวในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนประมาณ 25 ล้านปอนด์ขณะที่คำสัญญาของเขาเหลืออีกเพียงปีเดียว ซึ่งทางกลุ่มขุนค้อนมีแผนในการที่จะยืมตัวไปใช้งานต่ออีกหนึ่งฤดู ขณะที่เจ้าตัวอยากได้ย้ายกลุ่มแบบถาวรในซัมเมอร์นี้

สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23

เซเรีย อา อิตาลี จัดการออกกฏใหม่ห้ามทุกทีมในลีกสวมชุดแข่งที่มีสีเขียวลงไปในสนาม เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลก่อกวนการถ่ายทอดสด

Football Italia สื่อดังจากแดนมักกะโรนี กล่าวว่า เซเรีย อา ได้มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบเกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่มอีกรอบ เพื่อให้กล้องถ่ายภาพถ่ายทอดสดดำเนินงานได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แล้วก็อำนวยความสะดวกต่อคนที่เป็นโรคตาบอดสี

รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เหมาและก็ เสื้อ กางเกง แล้วก็ถุงเท้า ที่ห้ามใส่สีเขียวทั้งยังโทนเข้มแล้วก็อ่อน ส่วนในกรณีที่ชุดแข่งขันมีมากกว่า 2 สี ต้องให้สีอื่นมีความเด่นกว่าสีเขียวแค่นั้น แล้วก็จะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป โดย เซเรีย อา ตัดสินใจประกาศให้รู้ตั้งแต่ฤดูกาลนี้เพื่อให้ทุกทีมมีเวลาเตรียมความพร้อม

จากการประกาศกฎดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว แน่ๆว่าชมรมที่ได้รับผลพวงเยอะที่สุดในลีกก็คือ ซัสซูโอโล ที่ชุดแข่งหลักเป็นสีเขียวนั่นเอง

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

แม้ว่ากองทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดได้แชมป์ระดับทวีปบนดินแดนของตนเอง ด้วยเหตุว่าเสียท่าแพ้ “ฟ้าขาว” ประเทศอาร์เจนตินา 0-1 ในศึกบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ วัวขว้าง อเมริกา 2021 รอบชิงแชมป์ ที่ประเทศบราซิล

แต่มีนักเตะสายโลหิตบราซิลถึง 3 ผู้ที่ได้ฉลองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป ด้วยเหตุว่าได้โอนสัญชาติไปร่วมกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน พัลมิเอรี รวมทั้ง ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง


ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะสายโลหิตบราซิลโอนสัญชาติไปรับใช้กลุ่มลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งหมด 6 คน ดังเช่น เปเป้ กองหลังกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส กองหลังกลุ่มชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ปีกขวากลุ่มชาติยูเครน รวมทั้ง 3 นักฟุตบอลกลุ่มชาติอิตาลีตามรายชื่อข้างต้น โดยทั้ง 6 คนดังกล่าวเกิดที่ประเทศบราซิลทั้งหมดเลยด้วย

แต่มีอยู่หนึ่งผู้ที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้สมาพันธ์บอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย นั่นก็คือ จอร์จินโญ่ ด้วยเหตุว่าได้ย้ายมาปักหลักรกรากในประเทศอิตาลีตั้งแต่ตอนที่แก่เพียงแต่ 15 ปี รวมทั้งได้รับเชื้อชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง ต่อจากนั้นได้เริ่มอาชีพค้าแข้งกับ เวโรที่นา ในตำแหน่งมิดฟิลด์เมื่อปี 2010 รวมทั้งย้ายไปสร้างชื่อกับ ที่นาโปลี ก่อนที่จะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนกระทั่งปัจจุบันนี้


ทั้งนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้กองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ซอน เคยค้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แต่ได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 รวมทั้งได้โอนสัญชาติเพื่อไปใส่เสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ในตอนที่ โตลอย พึ่งจะได้เชื้อชาติในตอนต้นปี 2021 หลังจากที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านเกิดเมื่อปี 2015


ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามีนักเตะสายโลหิตบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปได้แชมป์ยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนที่นา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อตอนที่สวมบทเป็นกองกลางกลุ่มชาติสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปเป้ ตามมาเป็นผู้ที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองหลังกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 เท่ากับว่าขณะนี้มีนักเตะสายโลหิตบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปได้แชมป์ยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เหตุเพราะ จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน รวมทั้ง โตลอย แปลงเป็นอีก 3 แข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้าพร้อมใจ ด้วยเหตุว่าได้ใส่เสื้อของกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” ฉลองแชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

พวกไม่ยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมลงนามนัดหมายชิงยูโร 2020 ต้องแข่งขันใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดหมายชิงแชมป์บอลยูโร 2020 ที่ข้อสรุปเป็น ทีมชาติอิตาลี ดวลจุดโทษชนะ ทีมชาติอังกฤษ ไป 3-2 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรยุคที่ 2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความไม่สมหวังของกองเชียร์สิงโตขู่คำรามในสนามเวมบลีย์

ล่าสุด มีรายงานว่าแฟนบอลทีมชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมลงลายมือชื่ออย่างเป็นจริงเป็นจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำการรีแมตช์นัดหมายชิงแชมป์ใหม่อีกรอบ ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้วินิจฉัยไม่ยุติธรรม

โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าจู่โจมไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินคนเนเธอร์แลนด์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าวินิจฉัยบกพร่องหลายจังหวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรจะให้ใบแดงแต่ว่าก็ให้เพียงแค่ใบเหลือง รวมถึงจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ต้องเป็นใบแดงเช่นเดียวกัน

จนถึงปัจจุบันนี้ มีแฟนบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมลงลายมือชื่อใน change.org เว็บที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้ชิงชัยกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งเว้นเสียแต่พวกเขาคิดว่ากรรมการเป่านกหวีดแบบไม่เป็นธรรมแล้ว ยังเจาะจงเพิ่มเพราะว่า ทีมชาติอิตาลีเล่นแรงเหลือเกิน โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษ

อย่างไรก็แล้วแต่ การร่วมลงลายมือชื่อคราวนี้คงจะเป็นไปได้เพียงแค่การแสดงออกทางความเห็นเพียงแค่นั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองคงจะไม่มีการตอบรับคำเรียกร้องนี้แต่อย่างใด

ไขข้อข้องใจ! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตขู่คำราม” ทีมชาติอังกฤษ จะต้องพบกับความไม่สมหวังอีกรอบ ข้างหลังเป็นข้างแพ้จุดโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดชิงแชมป์ ฟุตบอลยูโร 2020 เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564

 

ทำให้พวกเขายังจะต้องรอคอยความสำเร็จถัดไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยหนสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามมีหลายเสียงวิภาควิจารณ์ข้างหลังเกมอย่างยิ่ง เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติอังกฤษที่เลือกให้นักเตะอายุน้อยของทีมมาเป็นคนยิงจุดโทษในเกมที่มีแรงกดดันสูง ทั้ง บูติดอยู่โย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) รวมทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งสามรายพลาดหมด

โดยข้างหลังเกม กุนซือวัย 50 ปี ออกมาอธิบายถึงเรื่องนี้ว่า “ทุกสิ่งมันขึ้นกับผม พวกเขามิได้เสนอตัว แม้กระนั้นผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดโทษเอง โดยพินิจพิเคราะห์จากภาพรวมสำหรับการฝึกหัด ถ้าเกิดคุณจะโทษผู้ใด คนนั้นต้องเป็นผม แน่นอนพวกเขาจะมิได้อยู่ตามลำพัง แม้กระนั้นพวกเราจะอยู่เคียงคู่เขา”

 

นอกเหนือจากนั้น อดีตปราการหลังสิงโตขู่คำราม ยังได้เปิดเผยถึงปัจจัยว่าเพราะเหตุใดทีมก็เลยหันมาเล่นเกมรับ รวมทั้งตกลงใจสลับตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”เราเก็บบอลกันได้ไม่ดีเพียงพอ โน่นทำให้เราพบแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะมีผลให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็อย่างกับการเดิมพัน ถ้าหากเราเปิดเกมรุกแลกเปลี่ยนก่อนหน้าที่ผ่านมา เราก็บางทีอาจจะแพ้ในช่วงทดเวลาก็เป็นได้”

ผลสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นดีเลิศ, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งดีเลิศ ,สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดครองแชมป์ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษชี้ขาด 3-2 ครองแชมป์มาครองเป็นสมัยที่สองภายหลังเคยคว้าทำได้สำเร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันที ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นยอดเยี่ยมของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักเตะวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับเพื่อการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนนี้ที่ เวมบลีย์ และก็ช่วยให้ทีมของเขาครองแชมป์ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกนับจากปี 1968

นอกเหนือจากนี้เขายังเป็นผู้รักษาประตูผู้ที่สองที่ได้รับรางวัลดังกล่าวมาแล้วข้างต้นต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดหมายและก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากยิ่งกว่าผู้เล่นคนอื่นในรายการ

ทำเนียบนักเตะยอดเยี่ยม ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน
– ปี 2020 : จานลุยจิ ดอนท้องนารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (ประเทศสเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (ประเทศสเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดรอคอยส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งยอดเยี่ยม – เปดรี (ประเทศสเปน)

 

ในขณะ เปดรี มิดฟิลด์ของ ประเทศสเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดครอบครองรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

นักเตะวัย 18 ปีลงเล่นแทบทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาข้างหลังถูกเปลี่ยนตัวออกมาจากสนามในช่วงทดเวลาในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงแค่นาทีเดียวแค่นั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีใครทำ แม้แต่อันเดรส อิเนียสต้าเองก็มิได้ทำแบบงั้น มันช่างเกินจริง ไม่เหมือนใคร” หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ทำได้ 5 ประตูพอๆกับ ขว้างตริก ชิก แนวรุกทีมชาติสาธาณรัฐเช็ก แต่ว่าดาวเตะดินแดนฝอยทองคำทำได้ 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ ครอบครองรางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอง

สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

แข่งขันรวม 51 นัดหมาย

ยิงกันทั้งสิ้น 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

ทีมที่ทำประตูมากที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตมากที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครองบอลเฉลี่ยมากที่สุด ประเทศสเปน – 66.8%

ผ่านบอลถูกต้องแม่นยำที่สุด ประเทศสเปน – 89.3%

เซฟมากที่สุด แยน ซอมเมอร์ (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปิท้องนาซโซลา (อิตาลี) และก็ เนโก้ (ฮังการี) – 33.8 กิโลเมตร/ชม.

ทำฟาวล์มากที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” พลั้งปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นแข้งดังเหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ที่ลาลีกา สเปน หลุดตั้งข้อซักถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แนวรุกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักเตะระดับสตาร์เหรอ? ระหว่างการคุยกันในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน ปราการหลังเพื่อนร่วมชาติ

โดยในรายการ กูร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามคำถามว่า “ให้เลือกนักเตะระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรครั้งนี้” ซึ่งกูร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส และก็ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่จะเขาจะหัวเราะในเชิงยอมแพ้เพราะคิดชื่อเพิ่มไม่ออก

ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลยคำตอบ โดยลิสต์รายชื่อนักเตะให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เอ้อร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..

แล้วหลังจากนั้นมือกาววัย 29 ปี ได้บอกขึ้นว่า “มาร์กซิยัลเหรอ? เขาเป็นนักเตะดังเหรอ?” แล้วแล้วหลังจากนั้นทั้งยังกูร์กตัวส์และก็แฟร์เกนก็หัวเราะพร้อมเบาๆ

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันดวงใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงแชมป์ ที่ตระเตรียมฟาดลำแข้งกันเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาของไทย

อย่างที่แฟนบอลเข้าใจกันอยู่ ปีนี้เป็นการแข่งระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นชั่วกัลปวสานอย่าง เจ้าของงาน ทีมชาติบราซิล พบกับ ทีมชาติประเทศอาร์เจนตินา

ล่าสุด เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ หลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนกองทัพฟ้าขาวให้ได้แชมป์โคปา อเมริกา โดยเหตุผลเนื่องจากเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี จอมบุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง

สำหรับจุดเริ่มเรื่องราวดังที่กล่าวถึงแล้วนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด ผู้สื่อข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าต้องการที่จะให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยคุณได้โพสต์ว่า

“ก่อนจะเอาหินมาเขวี้ยงใส่ฉันในที่ชุมชน ฟังฉันอธิบายก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักแวดวงฟุตบอลบราสิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนพ้องชาวอาร์เจนไตน์หลายท่าน แม้กระนั้นฉันมิได้เชียร์ประเทศอาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคปา อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แม้กระนั้นฉันเชียร์เนื่องจากฉันรักฟุตบอล แล้วก็ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้ต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเป็นเรื่องที่ชอบธรรม!”

ภายหลังโพสต์ของนักข่าวสาวดังที่กล่าวถึงแล้วได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคนรักบอลไม่น้อยล้วนเชื่อตามข้อคิดเห็นของอันดราเด ซึ่งดูเหมือนจะทั้งหมดก็ให้เหตุผลคล้ายกันโน่นเป็น ชื่นชมในฝีเท้าของจอมบุกจากชาติคู่รักคู่แค้น แล้วก็อยากให้สมหวังเสียรู้ในวัย 34 ปี ทั้งยังแฟนบอลบราซิลยังเคืองใจจากความล้มเหลวของกองทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากฟุตบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ล่าสุด เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในประเด็นนี้ยาวว่า

“ผมเป็นคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มภาคภูมิ ความฝันของผมตลอดชาติเป็นการได้เล่นให้ทีมชาติแล้วก็ได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องสนับสนุน”

“ผมไม่เคยโจมตีหรือคิดจะโจมตีบราซิล เวลาพวกเขาแข่งอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์”

“หากสิ่งนั้นเป็นบราซิล เนื่องจากผมเป็นคนบราซิล แล้วก็ผู้ใดก็ช่างที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่เห็นต่างออกไป ก็ช่างเถิดนะ ผมให้ความยำเกรง แม้กระนั้นไปตกนรกซะเถอะ”

สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่พบ ทีมชาติเวเนซุเอลา แล้วก็ ทีมชาติประเทศเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ แล้วต่อจากนั้นเขายิงมิได้อีกเลย แม้กระนั้นบราซิลก็ยังแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงแชมป์

โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้ประจันหน้ากับประเทศอาร์เจนตินาในรอบชิงแชมป์ ก่อนหน้านี้บราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 สมัย ส่วนประเทศอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 สมัย แล้วก็มีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 สมัยของอุรุกวัยในวันพรุ่งนี้

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการตายของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนฝูงร่วมอาชีพรุ่นหลัง

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น หมดสติและล้มลงสู่พื้น และจำเป็นต้องได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน อาจจะเป็นผลให้ภาพเรื่องการสิ้นไปในสมัยก่อน ย้อนกลับไปเข้ามาในความนึกคิดของเหล่าแฟนบอล

มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ อาจเป็นเคสแรกๆที่หลายๆคนจำได้ดิบได้ดี ภาพที่เขาหมดสติล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย กระทั่งจำเป็นต้องถูกหามออกไปปฐมพยาบาลข้างสนาม แต่ว่าท้ายที่สุดก็ไม่บางทีอาจช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้สำเร็จ กระทั่งการสิ้นไปดังที่กล่าวมาแล้ว กลายมาเป็นรอยด่างด่างทำหน้าที่ชิงชัย สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003

แต่ว่าการสูญเสียในครั้งนั้น ก็ได้แผ้วทางสู่อนาคตในการช่วยชีวิตนักฟุตบอลในสนาม

แข็งขนาดไหนก็ล้มได้

ถึงแม้นักฟุตบอลอาชีพ จะเป็นกลุ่มคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี วิ่งเต็มสูบได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่มีผู้เล่นมากกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกลางสนาม ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้น มิได้โชคดีเช่นเดียวกับกองกลางของแดนวัวนมรายนี้

หนึ่งในเรื่องที่หลายๆคนจำได้ดิบได้ดี คือรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ กองกลางตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมกองทัพกลุ่มชาติแคเมอรูน ลงเตะใน สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส
โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ประเทศตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะได้พักในเกมที่พบกับ สหรัฐฯ และกลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจำเป็นต้องเจอหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง

แมตช์ดังที่กล่าวมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีใครอยู่รอบข้างตัวเขาเลย

ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และเรียกให้กลุ่มหมอเข้ามาปฐมพยาบาลเขาในสนาม ก่อนที่เขาจะถูกหามออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่ข้างหลังมานะกู้ชีพอยู่เป็นเวลายาวนานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงต่อไป

วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมชาติ แคเมอรูน ณ ขณะนั้น เผยออกมาว่าเขาปรารถนาเปลี่ยนตัว โฟเอ้ ออกมาจากสนามก่อนหน้านั้น เพราะเหตุว่าทั้งตัวเขาและกลุ่มหมอ เห็นว่ามิดฟิลด์รายนี้มีลักษณะล้า และเคลื่อนที่ได้ช้าลง แต่ว่าเจ้าตัวยังปรารถนาเล่นต่อ เพื่อช่วยทำให้กลุ่มชาติของเขาไปสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้

แมรี่-หฝ่าส์ โฟเอ้ เมียของดาวเตะรายนี้ กล่าวว่ากองกลางจาก แมนฯ ซิตี้ มีลักษณะท้องเสียมา 2-3 วันแล้ว และมีปัญหากับกระเพาะของเขาด้วย แต่ว่าเจ้าตัวยังคงรับรองที่จะลงเล่นให้กับกลุ่มต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตซึ่งๆหน้าเมียของเขา ที่เข้ามารับชมเกมข้างสนามในนัดหมายนั้น

ผลของการชันสูตรศพของมิดฟิลด์รายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจครึ้ม หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่กล่าวมาแล้วได้โอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั้งโลก พบบ่อยได้หลายครั้งในคนที่มีสุขภาพแข็งแรง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้สูงวัยน้อยกว่า 35 ปี

หัวข้อก็คือ โฟเอ้ ได้โอกาสรอดชีวิตด้วย ถ้าหากได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องอย่างทันการ แต่ว่าในเวลานั้น แทบไม่มีใครคาดหมายว่านักฟุตบอลที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอย่างงี้ จู่ๆจะล้มครืน จนถึงขั้นเสียชีวิต

นั่นก็เลยทำให้ สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ ตัดสินใจยกเครื่องทางด้านการแพทย์ใหม่ทั้งผอง เพื่อไม่ให้เรื่องดังที่กล่าวมาแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีกรอบ

ชีวิตจำเป็นต้องมาก่อน

หลังจากเคสของโฟเอ้ อย่างแรกที่ถูกนำมาเอ่ยถึง คืออาการหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเมื่อ และทุกหนแห่ง โดยไม่แบ่งแยกว่าคุณจะมีสุขภาพที่แข็งแรงแค่ไหนก็ตาม
สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ ปรารถนาค้ำประกันว่าผู้เกี่ยวข้องกับแวดวงฟุตบอลจำเป็นต้องรู้เรื่องหัวข้อดังที่กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่หมอ ที่จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการอบรมขั้นตอนในการช่วยชีวิต ถ้าหากพบผู้เล่น หรือผู้ตัดสินประสบอาการ SCA ขึ้น

ถ้าหากผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการเผชิญหน้ากับผู้เล่นรายอื่น และไม่สนองตอบหรือหมดสติไป กลุ่มหมอสามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้โดยทันที โดยไม่ต้องคอยผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต

เพราะเหตุว่าพวกเขาอาจมีเวลาเพียงแค่ 2 นาที ภายหลังที่นักฟุตบอลล้มลงไป ที่จะจำเป็นต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR และใช้เครื่อง AED นำกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะธรรมดา เพราะเหตุว่ายิ่งผ่านเวลาไปนานเยอะแค่ไหน ช่องทางในการรอดชีวิตก็ยิ่งเลือนรางลงไป

ในกรณีของ โฟเอ้ ไม่มีใครทำ CPR ให้เขาเลย แม้เขาจะหมดสติไปเป็นเวลายาวนานกว่า 6 นาทีแล้ว แม้เจ้าตัวจะมีลักษณะตาเหลือก และไม่สนองตอบก็ตาม บางทีอาจเพราะเหตุว่าแทบไม่เคยปรากฏเลยว่ามีกรณีที่นักฟุตบอลเกิดหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ระหว่างกำลังลงเล่นอยู่ในสนาม

แต่ว่านั่นก็ทำให้กลุ่มหมอ ผู้ตัดสิน สตาฟ และผู้เล่นต่างๆได้รู้จักกับการเสี่ยงที่บางทีอาจย่างกรายมาหาพวกเขาได้ทุกเวลา ทำให้หลายทีมเริ่มมีการเตรียมความพร้อมมากขึ้น ด้วยเครื่องใช้ไม้สอยหมอที่ครบครันกว่าเดิม รวมถึงกำหนดให้เครื่อง AED ต้องมีประจำอยู่ทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแมตช์ชิงชัยจริง หรือระหว่างการฝึกหัดก็ตาม

ในปี 2006 สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ ได้เพิ่มมาตรการตรวจเช็คร่างกายของนักฟุตบอลทุกคนก่อนเริ่มเกม เพื่อตรวจดูความแปลกของหัวใจ ถึงแม้พวกเขาไม่บางทีอาจตรวจเจอทุกความแปลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ว่าก็พอเพียงที่จะคัดกรองความพร้อมของผู้เล่นในระดับหนึ่ง
และในปีเดียวกันนั้น ทางพรีเมียร์ลีก ก็ได้ยกระดับทางด้านการแพทย์ขึ้นไปอีกขั้น ข้างหลัง ปีเตอร์ เช็ค ผู้เฝ้าประตูของ เชลซี ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว จากการเผชิญหน้ากับเข่าของ สตีเฟ่น ฮันต์ จนถึงขั้นหมดสติ และจำเป็นต้องนอนคอยรถพยาบาลในห้องแต่งตัวนานถึงครึ่งชั่วโมง

มั่งคั่งสุดในแวดวง! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดชิงฯยูโร 2020

เดลี เมล สื่อดังของประเทศอังกฤษแถลงการณ์ว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงทำหน้าที่ในนัดชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นกรรมการลูกหนังที่มีฐานะมีเงินมีทองที่สุดในโลก

สื่อดังที่ได้กล่าวมาแล้วระบุว่า ท่านเปาชาวฮอลล์แลนด์มีทรัพย์สินส่วนตัวค่าราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมจัดตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในดินแดนกังหันลม ข้างหลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่สมัยหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดเบาด์ ในเมืองไนจ์เมเกน

 

ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงวินิจฉัยในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้ว 2 สมัย และก็ศึกยูโร รอบสุดท้ายอีก 3 สมัย ซึ่งแรงจูงใจในอาชีพนี้ของเจ้าตัวเป็นป๊ะป๋า ที่เคยเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลในระดับกึ่งอาชีพนั่นเอง

สำหรับ นัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ พบ ทีมชาติอิตาลี นี้จะถือเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส ข้างหลังเคยวินิจฉัยนัดชิงชนะเลิศเกมระดับสมาพันธ์ในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) และก็ ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว

 

ส่วนในศึกยูโรครั้งนี้ ไคเปอร์สลงทำหน้าที่ไปแล้ว 3 นัด โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัด และก็รอบ 8 ทีมสุดท้ายอีก 1 นัด ซึ่งในเกมนัดชิงชนะเลิศนี้ ไคเปอร์สจะได้ทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล และก็ เออร์วิน เซนสตรา ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวประเทศสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4