OnThisDay 6 มิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกครั้ง ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในสมัยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาพันธ์แรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักด้านในฤดูกาลเดียวกัน ทั้งยังลาลีกา, โคปา เดล เรย์ รวมทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้กล้วยๆแต่ว่าบาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การคุมกลุ่มของ หลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตนักเตะบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มของเป๊ปนั่นเอง

ในฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมกลุ่มบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก รวมทั้งได้เสริมกองทัพดาวยิงชื่อดังอย่างหลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ รวมทั้งลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ผสานกองหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับฤดูกาลแรกของเอ็นริเก้ รับรองคว้าชัยชนะลาลีกาก่อนลงเตะนัดสุดท้าย ต่อจากนั้นก็คว้าชัยชนะวัวปา เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลติเตียนก บิลค่อย รวมทั้งยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 เดือนมิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับยูเวนเหม็นตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกครั้ง

อิวาน ราคิติเตียนช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ว่าในช่วงช่วงหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนเหม็นตุส ก่อนที่ซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกครั้ง รวมทั้งเนย์มาร์ ก็ทำประตูปิดท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนเหม็นตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า คว้าชัยชนะยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 รวมทั้งเป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เสมอกันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีก่อน หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาพันธ์แรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 ที


แน่นอนว่า คนที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 นั่นคือ 3 กองหน้า “MSN” ที่ยิงประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงยิงประตูถล่มทลายตลอด โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมปกป้องแชมป์ลาลีกา รวมทั้งโคปาเดล เรย์ รวมทั้งคว้าชัยชนะสแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ รวมทั้งฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

OnThisDay 6 มิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกครั้ง ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในสมัยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาพันธ์แรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักด้านในฤดูกาลเดียวกัน ทั้งยังลาลีกา, โคปา เดล เรย์ รวมทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้กล้วยๆแต่ว่าบาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การคุมกลุ่มของ หลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตนักเตะบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มของเป๊ปนั่นเอง

ในฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมกลุ่มบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก รวมทั้งได้เสริมกองทัพดาวยิงชื่อดังอย่างหลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ รวมทั้งลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ผสานกองหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับฤดูกาลแรกของเอ็นริเก้ รับรองคว้าชัยชนะลาลีกาก่อนลงเตะนัดสุดท้าย ต่อจากนั้นก็คว้าชัยชนะวัวปา เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลติเตียนก บิลค่อย รวมทั้งยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 เดือนมิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับยูเวนเหม็นตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกครั้ง

อิวาน ราคิติเตียนช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ว่าในช่วงช่วงหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนเหม็นตุส ก่อนที่ซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกครั้ง รวมทั้งเนย์มาร์ ก็ทำประตูปิดท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนเหม็นตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า คว้าชัยชนะยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 รวมทั้งเป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เสมอกันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีก่อน หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาพันธ์แรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 ที


แน่นอนว่า คนที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 นั่นคือ 3 กองหน้า “MSN” ที่ยิงประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงยิงประตูถล่มทลายตลอด โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมปกป้องแชมป์ลาลีกา รวมทั้งโคปาเดล เรย์ รวมทั้งคว้าชัยชนะสแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ รวมทั้งฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับในการชิงชัยฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป นอกจากตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยสนใจเยอะที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มนี้ จะต้องกล่าวว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่ได้โอกาสเอารางวัลแห่งเกียรติยศนี้ไปครอง วันนี้พวกเราก็เลยอยากพาคนอ่านทุกคนทดลองไปดูกันว่าในแต่ละกลุ่มพอเพียงจะมีผู้ใดที่เข้าตากันบ้าง

กลุ่ม A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาซิโอดูจะได้โอกาสอยู่พอเหมาะพอควร เหมือนกับ ลอเรนโซ อินซิเญ ศูนย์หน้าจากที่นาโปลีที่ยิงถล่มทลายในซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความมุ่งมาด แต่ก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของหงส์แดงเองก็มักจะทำก้าวหน้าสำหรับในการรับใช้กองทัพเช่นเดียวกัน
ตุรกี : อาจจะต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสฤดูกาลล่าสุดอย่าง ยูซุฟ ยาซิซี ที่ทำไป 14 ประตูรวมทั้ง บูรัค ยิลมาซ ศูนย์หน้าตัวเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
เวลส์ : น่าจะเป็นผู้ใดไปมิได้นอกจากความมุ่งมาดอันสูงสุดของประเทศอย่าง มึงเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูเหมือนจะเร่าร้อนขึ้นมาบางส่วน ภายหลังท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กลุ่ม B


เบลเยียม : ปีนี้อาจจะต้องสังเกตไปที่ โรเมลู ลูกากู ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นลำดับแรก แต่ก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้แต่ คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : จะต้องกล่าวว่าปีนี้ดูเหมือนจะไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างโดดเด่น แต่สำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุสซุฟ โพลเซน จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์ รวมทั้ง ค้างสเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็พอเพียงจะเป็นตัวความมุ่งมาดสำหรับในการกระหน่ำประตูได้อยู่บ้าง หรือไม่แน่ คริสเตียน เอริกเซน ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่มบางทีอาจจะคืนฟอร์มเก่งแบกกลุ่มในยูโรคราวนี้ก็เป็นไปได้
ฟินแลนด์ : น่าสังเกต 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูกาลหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช ซิตี้ ไปถึง 26 ประตู รวมทั้ง มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้เสร็จ
รัสเซีย : ยังคงจะต้องหวังพึ่งหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีที่ผ่านมา แต่ พอเพียงจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานก้าวหน้ากับสปาร์ตัก มอสโก รวมทั้ง 2 ผู้เล่นคนสำคัญอย่าง อเล็ก มิรันชุค จากอตาลันตา รวมทั้ง อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปมิได้เช่นเดียวกัน

กลุ่ม C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้จะต้องกล่าวว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีมากมายอีกทั้ง เมมฟิส เดขว้างย ตัวความมุ่งมาดลำดับต้นๆ, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ แนวรุกจากเฟเยนูร์ด รวมทั้ง วูท เวกฮอร์สต์ ศูนย์หน้าจากโวล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความมุ่งมาดในดินแดนหน้าปีนี้น่าจะเป็น ซาซา ค้างลาจ์ดซิช หัวหอกเนื้อหอมจากสเหม็นตุตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในซีซั่นก่อน รวมทั้งมีตัวรุกอย่าง คริสโคนฟ บวมการ์ทเนอร์ รวมทั้ง มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ที่สามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรคราวนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ผสานที่น่ากลัวอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ศูนย์หน้าจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา รวมทั้งที่ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดเลยคือ วิคโคนร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาซิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกตัวเก๋าที่มีชื่อเสียงในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่แม้เดี๋ยวนี้ในวัย 37 ปี แต่ก็ยังคงค้าหน้าแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังยิงประตูได้อย่างสม่ำเสมออีกต่างหาก

กลุ่ม D


อังกฤษ : แน่ๆว่าศูนย์หน้าลำดับต้นๆอาจจะต้องฝากความมุ่งมาดไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน รวมทั้งมาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมทั้ง แจ็ค กรีลิช หรือแม้แต่หัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็พอเพียงจะมีลุ้นอยู่บ้างเช่นกันถ้าสามารถชนะใจ มึงเร็ธ เซาธ์เกต รวมทั้งยึดตำแหน่งตัวจริงมาครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกคราวล่าสุดยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน รวมทั้ง นิโกลา วลาซิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความมุ่งมาดในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : สมาชิกใหม่หน้าเก่านำทัพโดย เช อดัมส์ แนวรุกจากเซาธ์หมูแฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้คือ แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน รวมทั้งดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่กลายเป็นข่าวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

กลุ่ม E


สเปน : ทัพกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนภายในกลุ่มชุดนี้คือ อัลบาโร โมราตา จากยูเวนเหม็นตุส รวมทั้ง หนวดเคราร์ด โมเรโน ศูนย์หน้าจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มล่าสุด ส่วนที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียโดยมาก ที่พอเพียงจะเป็นได้ก็ดังเช่น เฟร์รัน โคนร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, มิเกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา รวมทั้ง ดานี โอลโม จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์
ประเทศโปแลนด์ : จะเป็นผู้ใดไปมิได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทวดาอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่ม รวมทั้ง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
สวีเดน : แม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวแบกอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แต่พวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าดึงดูดอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ศูนย์หน้าจากเรอัล โซเซียดาด รวมทั้ง จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมทั้งมีตัวรุกโด่งดังอีกทั้ง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์ รวมทั้ง เดยัน คูลูเซฟสกี ของยูเวนเหม็นตุสเป็นกำลังหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่แทบทั้งสิ้นโดยมีตัวความมุ่งมาดในดินแดนหน้าคือ อิวาน แก่นซ์ จากยาโบลเนช รวมทั้ง ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี วัวโลญจน์

กลุ่ม F


ฝรั่งเศส : 2 ตัวความมุ่งมาดอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวคราวก่อน รวมทั้งแน่ๆ คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดแนวรุกจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ พวกเขายังมี ค้างริม เบนเซมา รวมทั้ง วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่ได้โอกาสกระหน่ำประตูในศึกยูโรคราวนี้ได้เช่นเดียวกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าเปลี่ยนไปพอเหมาะพอควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ รวมทั้ง เควิน โฟลลันด์ เป็นหนทางในตำแหน่งเลข 9 ส่วนตัวรุกคนอื่นที่น่าดึงดูดก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 หน้าแข้งจากบาเยิร์น มิวนิค รวมทั้ง ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในระยะหลัง
ประเทศโปรตุเกส : แน่ๆผู้ที่มีลุ้นเยอะที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ศูนย์หน้าสูงสุดในรายการนี้ รวมทั้ง อังเดร ซิลวา แนวรุกฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากหงส์แดง รวมทั้งสมาชิกใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยเช่นเดียวกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความมุ่งมาดพร้อมกับแนวรุกรุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่คงจะมีผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้

“เทรนท์” ถอนตัวกลุ่มชาติอังกฤษข้างหลังเดี้ยง คาดพัก 6 อาทิตย์

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แนวรับจาก ลิเวอร์พูล จะต้องถอนตัวออกจากกลุ่มชาติอังกฤษภายหลังจากได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อฉีกให้ขาดในเกมฝึกซ้อมที่พบกับ ออสเตรีย เมื่อวันพุธก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก ลิเวอร์พูลเอ็คโคhttp://geekgirlsnightout.com/membership/members/lovepoker168/profile/

แบ็คขวาวัย 22 ปีได้รับโอกาสให้ลงสนาสมเป็นตัวจริงในเกมเมื่อกลางอาทิตย์ที่กลุ่มชาติอังกฤษสามารถเอาชนะออสเตรียไปได้ 1-0 จากกระบวนการทำประตูของ บูกาโย ซาก้าในเกมดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว เทรนท์ ได้รับบาดเจ็บจนกระทั่งจะต้องถูกหิ้วออกนอกสนาม โดย มึงเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลสิงโตคำรามได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า เขาหวังว่าลักษณะของตัวรุก ลิเวอร์พูล จะไม่นักหนาเหมือนอย่างที่คิด

อย่างไรก็ดีรายงานปัจจุบันจาก พอล จ๊อยซ์ ผู้รายงานข่าวมีชื่อจาก เดอะไทมส์ เจาะจงไว้ภายในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า แบ็คขวา ลิเวอร์พูล จะต้องพลาดการลงเล่นในศึก ยูโร ให้กับกลุ่มชาติอังกฤษแล้วหลังได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก”เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ของ ลิเวอร์พูล จะพลาดการลงเล่น ยูโร ให้กับกลุ่มชาติอังกฤษ ผลสแกนได้แสดงให้เห็นว่า

มีลักษณะเจ็บที่ต้นขาซึ่งจะก่อให้เขาจะต้องพักประมาณ 6 อาทิตย์”รายงานจาก เดอะไทมส์ ยังระบุว่า อาร์โนลด์ ได้เก็บของออกจากแค้มป์เก็บตัวของกลุ่มสิงโตคำรามแล้ว แล้วก็ มึงเร็ธ เซาธ์เกต กำลังพินิจดึงนักฟุตบอลที่ถูกตัดชื่ออกไปเข้ามาแทนที่ โดยมี เจมส์ วอร์ด-แพรวพราวส์ แล้วก็ เจสซี ลินการ์ด เป็น 2 ตัวเลือกที่มีสิทธิ์สูงที่สุดเดี๋ยวนี้

เอาไปเพราะเหตุใด?! “ริโอ” ชี้ “แม็คไกวร์” ควรจะถูกตัดชื่อจากกองทัพสิงโตชุดลุยยูโร 2020

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกาลปราการหลังกลุ่มชาติอังกฤษ ชี้ชัดว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต ไม่สมควรใส่ชื่อ แฮร์รี แม็คไกวร์ อยู่ในกลุ่มชุดสู้ศึกยูโร 2020 โดยมองว่าร่างกายนักเตะยังฟิตไม่สมบูรณ์https://www.ultimate-guitar.com/u/lovepoker168

“อังกฤษปรารถนาเซ็นเตอร์แบ็กคนอื่น สิ่งนี้บอกกับผมว่า เขา (เซาธ์เกต) จะเล่นแบ็ก 3 คนอย่างแน่แท้ แฮร์รี แม็คไกวร์ ยังไม่ฟิตด้วย เป็นผมคงไม่เอาแม็คไกวร์ไป คุณไม่ฟิต แล้วก็อีกเป็นเวลายาวนานกว่าจะฟิต มันไม่มีเหตุผลเลย”

“ผมอยู่ในกลุ่มกับผู้เล่นที่ไม่ฟิตแล้วก็พวกเขาเล่นไม่ออกเมื่อมิได้มั่นใจในตัวเอง มันเคยเกิดขึ้นกับเบ็คส์ เดวิด เบ็คแฮม แล้วก็วาซซ่า (เวย์น รูนีย์) มาแล้ว”

“โดยพื้นฐานของแม็คไกวร์ เขาไม่ใช่เบ็คส์หรือวาซซ่า ผมไม่คิดว่าคุณควรจะเอาผู้ที่ไม่ฟิต 100% ไปด้วย มันยากที่จะกลับมาแล้วก็ปรับพฤติกรรมกับจังหวะการเล่น”

สำหรับรายนาม 26 นักเตะกลุ่มชาติอังกฤษชุดฝ่ายูโร 2020 ที่ถูกประกาศออกมาแล้ว มีดังนี้

ผู้เฝ้าประตู : ดีน เฮนเดอร์สัน, แซม จอห์นสตัน, จอร์แดน พิกฟอร์ด

แผงหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เบน ชิลเวลล์, คอเนอร์ เคาดี, รีซ เจมส์, แฮร์รี แม็คไกวร์, ไทโรน ไม่งส์, ลุค ชอว์, จอห์น สโตนส์, คีแรน ทริปเปียร์, ไคล์ วอล์คเกอร์

มิดฟิลด์ : จูด เบลลิงแฮม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เมสัน เมาต์, แคลวิน ฟิลลิปส์, ดีแคลน ไรซ์

แนวรุก : โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน, ฟิล โฟเดน, แจ็ค กรีลิช, แฮร์รี เคน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, บูคาโย ซากา, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง

OFFICIAL! “กุน อเกวโร” เปิดตัวกับ บาร์เซโลนา พร้อมค่าฉีกคำสัญญา 100 ล้านยูโร

เซร์คิโอ อเกวโร หัวหอกวัย 32 ปีกลุ่มชาติประเทศอาร์เจนตินา จัดการเปิดตัวกับต้นสังกัดใหม่ บาร์เซโลนา เป็นที่เรียบร้อย โดยเซ็นสัญญาจนกระทั่งปี 2023 พร้อมค่าฉีกสัญญาค่า 100 ล้านยูโร หรือ 86 ล้านปอนด์ร่วมกันhttps://loop.frontiersin.org/people/1336088/bio

ufa

ภายหลังจากเจ้าตัวอกหักกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา กุน ก็เก็บกระเป๋าบินมายังสเปน เพื่อตรวจร่างกายรวมทั้งเซ็นสัญญากับต้นสังกัดใหม่โดยทันทีในวันถัดมา

โดยเจ้าตัวหมดสัญญากับ เรือใบสีฟ้า ภายหลังจากค้าแข้งในถิ่น เอว่ากล่าวฮัด สเตเดี้ยม มายาวนานมากกว่า 10 ปี ทำสถิติเป็นนักเตะฝรั่งที่ทำประตูสูงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก พาทีมเป็นแชมป์ลีก 5 ยุค เอฟเอ คัพ 1 ยุค รวมทั้ง ลีกคัพอีก 6 ยุคทำเป็น 260 ประตูจาก 390 เกมรวมทุกรายการ

น่าเสียดายที่ซีซั่นในที่สุดเจ้าตัวจำต้องเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บก่อกวนอย่างหนักกระทั่งเกือบจะไม่มีโอกาสลงสู่สนามจนกระทั่งช่วงท้ายฤดู แถมยังส่งท้ายด้วยกระบวนการทำได้เพียงแต่รองแชมป์ภายหลังจาก แมนฯ ซิตี้ ปราชัยต่อ เชลซี ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ผ่านมา