ต้อนรับอบอุ่น! “เอริคสังเวย” เข้ารายงานตัวกับอินเตอร์ฯ

คริสเตียน อิริคสังเวย กลับมารายงานตัวกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมพบหน้าสหายๆในทีม คอยประเมินว่ากลับมาลงสู่สนามได้ไหม

คริสเตียน อิริคสังเวย เดินทางกลับมาพบหน้าสหายๆใน อินเตอร์ มิลาน เป็นหนแรกตั้งแต่แมื่อที่เกิดสภาวะหัวใจหยุดเต้นรุนแรง ก่อนที่จะเข้ารับการตรวจว่าเขาจะกลับมาลงสู่สนามได้ไหม

อินเตอร์ มิลาน คำแถลงการันตีการกลับมาของ เอริคสังเวย สู่สโมสรเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อเกิดเหตุการณ์ระทึก หัวใจหยุดเต้นระหว่างเกมยูโร 2020 ที่รับใช้ เดนมาร์ก ในเกมพบ ประเทศฟินแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 12 เดือนมิถุนายนก่อนหน้าที่ผ่านมา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนที่สโมสร อย่างไรก็แล้วแต่ ภายหลังจากนี้นักเตะจะกลับไปรักษาตัวต่อที่โคเปนเฮเก้นคำแถลงจากสโมสรกำหนด “อิริคสังเวย ที่ทักผู้จัดการทีม โค้ช สหายร่วมทีมแล้วก็สตาฟฟ์ทุกคนตรงนั้น สบายดีแล้วก็สภาพร่างกายกับจิตใจของเขาก็เหมาะสมที่สุด”

“อิริคสังเวย จะกระทำตามโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายจากที่แพทย์ชาวเดนมาร์กเสนอ ซึ่งพวกเขาจะรอติดต่อประสานงานการรักษาที่จะตามมาแล้วก็จะรอแจ้งข้อมูลให้ฝ่ายแพทย์ของ อินเตอร์ ทราบ”

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา มีแถลงการณ์ว่า ในกรณีของ เอริคสังเวย บางทีอาจมิได้รับอนุญาตให้ลงเล่นฟุตบอลในอิตาลี หากมีการฝังเครื่องกระตุกหัวใจภายในร่างกาย เนื่องจากกฎของฟุตบอลอิตาลีห้ามไม่ให้นักเตะที่มีวัสดุดังกล่าวในตัวลงสู่สนาม ไม่เหมือนกับลีกอื่นของยุโรป

ขอขอบคุณ

ผู้จัดงานสุดช้ำ! ประเทศสเปน เชือด ประเทศญี่ปุ่น ต่อเวลา 1-0 ทะลุชิงทองคำลูกหนังโอลิมปิก

การแข่งขันบอล โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง “ซามูไรบลู” กลุ่มชาติญี่ปุ่น พบกับ “วัวกระทิงดุ” สเปน ที่สนามไซตามะ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2564

เริ่มเกมมาแค่เพียง 6 นาที สเปน แทบได้ทางออกนำ ดานี่ โอลบด ลากขึ้นทางซ้ายก่อนเปิดเข้าเขตโทษบอลเลยไปถึง มิเกล เมริโน่ ได้โหม่งจ่อๆข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 11 เจ้าถิ่นแทบได้เหมือนกันจากจังหวะที่ ไดอิชิ ฮายาชิ ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนซัดข้ามคานออกไป แต่ว่าจังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าย้อนหลังว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว
นาทีที่ 31 กลุ่มเยือนแทบได้อีกหนจากจังหวะที่ มิเกล โอยาร์ซาบัล ได้บอลในเขตโทษก่อนสับไกด้วยขวาบอลพุ่งบินข้ามคานออกหลังไปอีก

นาทีที่ 42 “ซามูไรบลู” ได้สวนบ้าง ทาเคฟุสะ ปะทุโบะ ลากบอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนเปิดไปหน้าประตูให้ เรโอ ฮาตาเตะ ยิงจ่อๆติดแนวรับออกหลังไป หมดครึ่งแรกยังเท่ากัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 51 เจ้าของบ้านสบโอกาสอีกหนจากจังหวะที่ เรโอ ฮาตาเตะ เก็บบอลได้ชื่อเสียงเขตโทษก่อนไหลให้ ไดอิชิ ฮายาชิ ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดายนาทีที่ 56 เกมจำต้องหยุดเพราะเหตุว่าผู้ตัดสินเป่าจุดลูกโทษให้กับ สเปน หลังเห็นว่า มายะ โยชิดะ ไปแทง มิเกล เมริโน่ ล้มลง แต่หลังจากที่เช็ค VAR แล้ว ปรากฏว่า ปราการหลังญี่ปุ่น แทงโดนบอลก่อน

นาทีที่ 76 “วัวกระทิงดุ” แทบได้ประตูแบบสุดๆเปดรี เปิดบอลไปไถล อาโอะ ทานากะ บอลไปเข้าทาง ราฟา มีร์ ได้หลุดคนเดียวเข้าไปยิงด้วยขวาแต่ว่า โคเซะ ทานิ ออกมาบล็อกไว้ได้ทัน

ด้านหลังเกม สเปน โหมบุกหนักรวมทั้งแทบได้หลายคราวจาก มิเกล โอยาร์ซาบัล รวมทั้ง ราฟา มีร์ แต่ว่าก็ยังไม่สามารถที่จะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ จบ 90 นาที เท่ากัน 0-0 จำต้องต่อเวลาพิเศษออกไป 120 นาที
นาทีที่ 115 สเปน มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ มิเกล โอยาร์ซาบัล จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ มาร์โก อเซนซิโอ้ พลิกแล้วปั่นด้วยซ้ายแทงเสาสองเข้าไปเด็ดขาด

จบเกม สเปน เชือดเอาชนะ ญี่ปุ่น ไปได้ 1-0 ผ่านไปสู่รอบชิงเหรียญทอง โดยจะไปพบกับ “แชมป์เก่า” กลุ่มชาติบราซิล ในวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม นี้

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองกลุ่ม
ญี่ปุ่น (4-2-3-1) : โคเซะ ทานิ – ยูตะ นากายาม่า, โค อิตาปะทุระ, มายะ โยชิดะ, ฮิโรกิ ซากาอิ – วาตารุ เอนโดะ, อาโอะ ทานากะ – เรโอ ฮาตาเตะ, ริตสึ โดอัน, ทาเคฟุสะ ปะทุโบะ – ไดอิชิ ฮายาชิ
สเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน – มาร์ค กูกูเรย่า, เอริค การ์เซีย, เปา ตอร์เรส, ออสการ์ กิล – มิเกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, เปดรี – ดานี่ โอลบด, ราฟา มีร์, มิเกล โอยาร์ซาบัล

ลีลล์ โค่น เปแอสเช 1-0 ซิวแชมป์ซูเปอร์ คัพ หนแรก

ลีลล์ โชว์ได้สมราคา แชมป์ ลีก เอิง ข้างหลังเอาชนะ กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปได้ 1-0 คว้าแชมป์ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ไปครอบครองเป็นสมัยเเรก

การประลองฟุตบอล เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ที่สนามบลูมฟิลด์ สเตเดียม, เทล อาวีฟ (อิสราเอล) “ยี่ห้อหมา” ลีลล์ แชมป์ ลีก เอิง ประเทศฝรั่งเศส ดวลเดือดกับ กรุงปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เฟรนช์ คัพ

ลีลล์ แชมป์ลีก เอิง ส่งคู่หอกเก่ง โจนาธาน เดวิด กับ บูรัค ยิลมาซ ส่วน กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เฟร้นช์ คัพ มี เมาโร การ์ดี้ ยืนหน้าเป้าผลปรากฏว่า ครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 45 ลีลล์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ บูรัค ยิลมาซ ส่งบอลให้ เชกา ตะบันด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเฉียบขาด ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ช่วงหลัง เป็น เปแอสเช ที่ครอบครองบอลได้มากกว่าอย่างได้ชัด กระทั่งนาทีที่ 71 เมาริสิโอ โปเชตติโน จำต้องเปลี่ยนตัวส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม อดีตมิดฟิลด์ลิเวอร์พูล ลงมาเพื่อหวังยกระดับเกมแดนกลาง

จากนั้นนาทีที่ 74 เปแอสเช เกือบตีเสมอ จากจังหวะที่ เมาโร อิคาร์ดี ยิงเข้าไปแล้ว แต่โดนผู้ตัดสินจับล้ำหน้า

ขณะที่เหลือเปแอสเช บากบั่นฝ่าใส่ ลีลล์ อย่างหนัก แต่สุดท้ายก็เจาะเข้าไปทำประตูไม่ได้ จบเกม ลีลล์ เป็นข้างเอาชนะ 1-0 คว้าแชมป์ โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิย็องส์ หรือ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ในปีนี้ไปครอบครอง ก่อนที่ลีก เอิง ฤดูใหม่จะประเดิมในสุดสัปดาห์หน้า